เพิ่มเข้ารายการโปรด

ดู: 1565|ตอบ: 0

เครือข่าย Networking วัดความสำเร็จ

เครือข่าย Networking วัดความสำเร็จ
เครือข่าย Networking คือ ชีวิตคนเราจะประสบความสำเร็จได้ อยู่ที่การดำรงชีวิต ว่ามีเพื่อนไหม กินข้าวกินกับใคร หรือเก่งมาก แต่ต้องกินคนเดียว มีตอนหนึ่งของหนังสือ กล่าวถึงคนเรามักทำผิดพลาดในเรื่อง ที่รู้จักคน แต่แทนที่จะเป็น Network กัน กลับกลาย เป็นศัตรูกัน "แต่ก่อนผมไม่ค่อยมีความสุขในการเจอคน แต่ตอนหลังก็ต้องปรับตัว ส่วนใหญ่คนเก่งที่ไม่มองตนเอง โดยมากไปไม่รอด ซักคน ดังนั้นคนในยุคใหม่ ถ้าคลั่งความรู้ ก็เพียงแต่มีความสามารถ แต่ถ้าขาดการยอมรับก็เป็นใหญ่ไม่ได้ อดีตคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดี มักถูกมองว่าเป็นคนขี้ประจบ แต่ความจริงแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดี ต้องมีความสามารถเข้ามา ผสมผสานอยู่ด้วย"
Network คือ การที่คนเรารู้จักบุคคล จากหลากหลายวงการ นอกจากเครือญาติ หรือเพื่อนฝูงความสัมพันธ์ที่ดี จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดี ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นพันธมิตร ที่ก่อให้เกิดกำไรสูงสุด มีการทำงานร่วมกัน และแชร์ผลประโยชน์ร่วมกัน
"อาจเห็นคนหลายระดับมี Networking แต่ก็ไม่เห็นว่า จะประสบความสำเร็จ เพราะเขาไม่รู้จักเปลี่ยน Networking มาเป็นผล ประโยชน์ ของตนเองและองค์กร"
Network มาก่อน Partnership ดังนั้นต้องรู้จักเขาก่อน จึงจะไปทำธุรกิจร่วมกันได้ เรียกว่า นำ Networking ไปสร้าง Partnership แล้วก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด
หลักการสร้าง Network ที่ดีมีดังนี้
1. เป็นคนที่ชอบคบหาสมาคมกับคนหลายๆ กลุ่ม ต้อง "ชอบคน" ต้องถามตนเองก่อนว่า ตนเองจะเป็นคนแบบไหนต่อไป คนมีหลายชนิด อาจอยากเป็นนักวิจัย โดยไม่คบใครเลยต่อไปก็ได้
2. มีโลกทัศน์ที่กว้าง คือ มีความรู้ในหลายๆ ด้าน
3. พร้อมที่จะเรียนรู้ การคบใครซักคน ต้องพร้อมจะเรียนรู้จากเขา จึงจะประสบความสำเร็จสูงสุด "พร้อมจะเรียนรู้" ถือว่าสำคัญที่สุด เป็นความพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น อุปสรรคอันใหญ่ที่สุด คือ พูดข้างเดียว มั่นใจในตนเองสูงเกินไป จึงต้องรู้จักฟังก่อน ฟังแล้วจะออกความเห็นก็ได้ ความมีเสน่ห์ ไม่ได้อยู่ตรงที่ "ฉันรู้คนเดียว"
4. มีบุคลิกที่เข้ากับคนง่าย
5. รู้จักศึกษาบุคคลที่อยากจะรู้จัก เช่น ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง และวิถีชีวิตของเขา "การศึกษาเขาก่อน มันดึงดูดความสนใจได้เร็ว"
6. มีการติดตามการสร้างเครือข่ายให้ได้ผลสูงสุด เช่น เมื่อแจกนามบัตรไปแล้ว ต้องติดต่อ องค์ประกอบที่ทำให้การสร้าง Networking และ Partnership ให้ได้ผล ต้องเรียนรู้เรื่องของการความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม (Cross Cultural Management) รวมถึงการใช้ภาษาที่เหมาะสม ทันเหตุการณ์
ต้อง "เปิดเผย-เปิดกว้าง"
ทำอย่างไรจึงจะให้ประโยชน์ของ Network เพิ่มข้นเรื่อยๆ สิ่งแรกที่ ศ.ดร.จีระ แนะนำ ให้ต้องระลึกถึง คือ การพูดความจริงต่อกัน เช่น การสร้าง Network เพื่อให้คนภายนอกเข้ามาทำงานให้องค์กรหนึ่งอย่าง แต่กลับมีกฎระเบียบมากมายที่เป็นอุปสรรคต่อ Networking ที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้งานประสบความสำเร็จได้เลย นั่นแสดงว่าคนภายนอกรู้สึกว่าตัวเองเป็น Networking จริงๆ หรือไม่ หรือถูกมองว่าเป็นเพียงผู้จ้างกับผู้รับจ้างงาน หรืออย่างเช่น โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง รู้ดีว่าการบริหารสถาบันการศึกษานั้นมีคน และงบประมาณจำกัด ถ้ารอแต่ความช่วยเหลือจากภาครัฐ จะล่าช้า เข้าใจจุดนี้ ย่อมรู้ว่า ถ้าต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน ต้องรู้จักหาว่าแหล่งเงินอยู่ที่ใด และทำอย่างไรให้อีกฝ่ายหนึ่งตกลงใจช่วยเหลือ ต้อง Proactive
"Networking ไม่ใช่ตัวเราเก่งคนเดียว แต่ต้องรู้จักจะไปหาผู้ที่ช่วยเหลือเราได้ หรือ ระบบ Reference และโอกาสของ Networking ก็ขยายได้ด้วย โดยต้องรู้จักข้ามศาสตร์ เช่น ถ้าเรียนการเงินมา ต้องไปหานักการตลาด วิศวะ นักการทูต มาคุย ดังนั้นการสร้าง Networking ต้องมองอะไรให้ไกล
โรเบิร์ต ไรซ์ เคยกล่าวไว้ว่า Knowledge Worker ก็คือ คนที่รู้จักคนจากหลากหลายศาสตร์ เช่น จบวิศวกรรมซอฟท์แวร์ แต่รู้จักนักการเงิน นักการตลาด ย่อมอนาคตไกล ลองถามตัวเองสิว่า ตอนกลางคืน เจอใครบ้าง กลางวันเจอใครบ้าง ถ้าเจอแต่เพื่อน ร่วมงานหน้าเดิมๆ เจ๊ง! แน่นอนเราต้องรู้จักคนในฐานะเพื่อนฝูงได้ แต่เราต้องรู้จักเพิ่มเติมความรู้ของคน ที่อยู่ใน Opportunity set ของเรา เพื่อสร้างโอกาสให้ขยายไปเรื่อยๆ ไม่ได้รู้จักแต่คนกลุ่มเดียว"
อย่างไรก็ตาม แม้ ศ.ดร.จีระ จะแนะนำให้เปิดโลกทัศน์ให้กว้าง และพยายามทำความรู้จักกับคนให้หลากหลาย แต่การสร้าง Networking ก็จำเป็นต้องเลือกบางคนที่จะคบ เพื่อสร้าง Network ในเชิงลึก ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีหลักการสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หรือ ผลประโยชน์ระยะสั้นเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่ดี จะต้องเกิดจาก ความสุข และความสบายใจที่คบหากัน หรือ Comfort Level คือ ความรู้สึกเป็นเพื่อนกัน แล้วค่อยๆ ไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน
"การจะเป็นพันธมิตรกัน
1. ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน
2. ต้องยอมรับ นับถือซึ่งกันและกัน
3. อย่าคบกันเพราะมีความรู้คล้ายๆกัน แต่ต้องคบกันให้มีความหลากหลายทางความรู้ และศักยภาพ เพื่อสร้าง Synergy ให้ได้ ต้องคิดแบบชนะ/ชนะร่วมกัน Win Win Situation "
Networking & Partnership เป็นหัวใจที่ทำให้ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ 2 คำนี้ มีหลายคนให้จำกัดความว่า หมายถึง หุ้นส่วนการลงทุน แต่สำหรับบริษัทแล้ว Networking ถือเป็นเรื่องของ สัมพันธภาพ
Networking มีลักษณะสำคัญ คือ
1. ไม่ต้องใช้วัยวุฒิ และคุณวุฒิ หรือวุฒิการศึกษา เพียงแต่ใช้ความรู้สึกว่าชอบคน ถ้าไม่ชอบคน เขาบอกว่า อย่าทำธุรกิจ ตราบใดที่ยัง อยู่ในวงจรธุรกิจ ต้องชอบคน ชอบสังคม และไม่เกี่ยง ไม่ดูถูกคน เพราะบางคนที่เคยมองว่าไม่เกี่ยวกับธุรกิจเลย ก็สร้างประโยชน์ให้ได้ มหาศาล ดังนั้นต้องรู้จัก ที่จะคุยกับคนง่ายๆ ด้วยความจริงใจที่อยากจะรู้จักจริงๆ
2. ไม่ต้องใช้ทุนสูง มันเป็นเพียงการเข้าไปให้ถึงคนที่ควรรู้จัก ซึ่งไม่จำเป็นต้องแต่งกายอย่างหรูหรา เพียงแต่ต้องเหมาะสม กับกาลเทศะเท่านั้น
3. ไม่ต้องใช้เวลาสูง เพราะคนที่อยากรู้จักก็ไม่ได้จะมีเวลาคุยกับเรามาก เขาเองก็อยากรู้จักคนอื่นเช่นกัน แต่จะคุยอย่างไร ในช่วงเวลาสั้นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสร้างสัมพันธภาพให้ดี
4. ไม่ต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักรสูง ใช้เพียงปากและนามบัตร เพียงแต่คิดดี ทำดี พูดดี มองคนในแง่ดี ใครๆ ก็อยากคุยด้วย เพียงเท่านี้ ก็สร้าง Networking ได้แล้ว ที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะแลกนามบัตร เพราะตนเองอาจจะลืมว่า เจอใครบ้าง และจะติดต่อได้อย่างไร บันทึก ที่นามบัตรเสมอ ว่าเจอคนนี้งานอะไร เมื่อไร ประทับใจอะไรเขา และเขาชอบคุยกับเราเรื่องอะไร โดยปกติคนชอบฟังเรื่องที่เขาอยากฟัง
Partnership เป็นแนวร่วม ที่ไม่จำเป็นต้องร่วมทุนเท่านั้น ร่วมใจได้ ร่วมคิดได้ การเป็น Partnership ได้ ต้องพัฒนามาจาก Networking ก่อน มีความสัมพันธ์ที่ดี และชื่นชมซึ่งกันและกัน Partnership จะเกิดได้ต้องมาจาก 3 ส่วน คือ ใจ ความคิด และกาย
เมื่อถูกใจ ย่อมจะพัฒนาไปสู่จุดที่ไว้ใจ เชื่อใจ ซึ่งก็จะคุยเรื่องธุรกิจกัน เมื่อมีความคิดที่ตรงกัน ย่อมพัฒนาไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ กลายเป็นการปฏิบัติร่วมกัน
"ถ้ามี Networking กัน แทนที่จะแข่งกัน พอเขาเห็นเราเป็นเพื่อน เขาจะไม่แข่งด้วย และบางทีแทนที่จะแข่งกัน กลายเป็นร่วมมือกันร่วมกัน หมายถึง ร่วมในสิ่งที่ร่วมได้ เพราะแต่ละคนต่างมีสิ่งที่ขาด"
เฟ้นจุดแข็งสร้างเครือข่าย
ขณะที่ Mr.Lee Scott, Representative of DBM ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาทางด้าน Outplacement เปิดใจถึงมุมมองของ Networking and Partnership ว่า เป็นไปได้ทั้งระดับบุคคล และระดับองค์กร แต่สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ ต้องคิดว่าเราให้อะไรแก่เขา ผู้ซึ่งเป็นคนหรือองค์กรที่เข้าจะไปติดต่อ คบหาเป็นเครือข่ายกัน
"คุณต้องเข้าไปด้วยความสามารถ หลักที่คุณมีจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนมี เพียงแต่มีแตกต่างกัน เราต้องพยายามเฟ้นหาในสิ่งที่เรามี และให้อะไรได้ แก่คนที่เราจะไปพบ"
สำคัญมากที่สุด คือ ต้องให้ก่อน ซึ่งก่อนเริ่ม Networking กับใคร ต้องดูตัวเองก่อน แล้วดูว่าเขาต้องการอะไร มันเหมือนการจับคู่นั่นเอง
จากนั้นต้องรู้จักต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Networking ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล องค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั้งที่เป็น องค์กรมุ่งกำไร และไม่มุ่งกำไร และธุรกิจไม่จำกัดว่า จะใหญ่หรือเล็ก ยิ่งเป็น SME การสร้าง Networking เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะให้ ผลตอบแทน กลับมามหาศาล "จริงๆ แล้ว Networking ต่างหากที่ช่วยเรื่อง การจ้างงาน ไม่ได้ Head Hunting หรอก แต่บางครั้ง การฝากงาน มาจากConnection โดยส่วนมาก ถ้าคนรู้จักก็แนะนำกันมา ก็จะง่ายขึ้น ดังนั้น Networking ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของ ประสิทธิภาพ มันช่วยให้เรามีโอกาสไปสู่ ตำแหน่งงาน ถ้ามองในเชิงทฤษฎี Networking ก็เป็นการแชร์ข้อมูลกัน เพราะโลกปัจจุบัน ชนะด้วยข้อมูล ถ้าไม่มี Network กับเขา จะได้ข้อมูลมาถึงเราได้อย่างไร" Mr.Lee กล่าว
'Networking' เป็นสิ่งที่คนเราทำมาตลอด ถือเป็นความสัมพันธ์ที่มีหลักการพื้นฐานง่ายๆ ดังนี้
1. ต้องมีทั้งการให้และการรับ ซึ่งหากมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ยั่งยืน และความสัมพันธ์ที่ว่านี้ ต้องมีมากกว่าการรู้จักกันเพียงผิวเผิน
2. อย่าไปกำหนดว่า Networking เป็นความช่วยเหลืออย่างเดียว แต่รวมไปถึงการแชร์ความรู้ร่วมกัน
3. Networking เกิดจากพื้นฐานของความไว้ใจซึ่งกันและกัน ดังนั้นก่อนที่จะเกิด Networking ต้องเกิดการรู้จักกันก่อน และควรขยายออกไปเรื่อยๆ
4. การสร้าง Networking ที่ดีต้องสร้างตัวเองให้คนอื่นรู้จัก
5. เลือกสร้าง Networking กับคนบางคนเท่านั้น
6. ควรสร้าง Networking ในสายงานของตัวเองก่อนขยายไปยังสายงานอื่น
ทั้งนี้หนทางไปสู่การสร้าง Networking ต้องรู้จักที่จะสร้างตัวเองให้คนอื่นเห็น แต่ไม่ใช่การทำตัวเองให้ดูน่าหมั่นไส้ นอกจากนี้ยังต้องรู้จักโปรโมทตัวเอง และสิ่งสุดท้ายต้องทำให้คนที่มีอำนาจในองค์กรรู้จัก
"การสร้าง Networking อาจจะเริ่มจากวงในแล้วขยายไปยังวงนอก เช่น เริ่มจากการกลุ่มครอบครัว เพื่อน ลูกค้า ผู้จำหน่าย หรือคนที่ค้าขายด้วย คนที่มีโอกาสต้องติดต่อธุรกิจกันในอนาคต ผู้ร่วมงาน หรือคนที่ต้องเกี่ยวเนื่องด้วย และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ในอาชีพที่ทำอยู่ก็ได้"
การสร้าง Networking ให้ประสบความสำเร็จ คือ
1 .ต้องรู้จักออกไปพบคนอื่น
2. รู้จักทำตัวอ่อนน้อมในการเข้าหาคนอื่น
3. อย่าทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงขามเพราะจะไม่มีใครกล้าเข้ามาหา
4. ต้องทำให้คนที่จะสนทนาด้วยรู้สึกดีกับตัวเอง โดยอย่าทำตัวยกตนข่มท่าน
อีกทั้งแนะต่อว่าการสร้าง Networking ที่ดี ควรสร้างเครือข่ายในการคบหา และจัดกลุ่มคนเหล่านั้นให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน แล้วพยายามดูว่าเครือข่ายที่จัดให้อยู่กลุ่มเดียวกันนั้นมีช่องว่างหรือไม่ หากมีต้องพยายามซ่อมแซมช่องว่างนั้น อย่ามองอะไร ผิวเผิน รวมถึงอย่าทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ในการคบกัน ตลอดจนพยายามช่วยคนรอบๆ ข้างให้ประสบความสำเร็จ ตามสิ่งที่เขาต้องการ และ ควรแบ่งปันข่าวสารความรู้ที่มีคุณค่ากับคนอื่น
การสร้างบทสนทนาเพื่อสร้าง Networking เขาได้แนะนำเทคนิคเอาไว้ว่า
1.ต้องมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้อื่นที่จะเข้าไปทำความรู้จักเพื่อให้การสนทนาไหลลื่นไปได้
2.หลีกเลี่ยงบทสนทนาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
3.เรียนรู้ที่จะเริ่มบทสนทนาใหม่เสมอ
4.รู้จักที่จะยิ้มและแนะนำตัวเองกับคนอื่น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับคนที่สนทนาด้วย

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้