เพิ่มเข้ารายการโปรด

ดู: 7184|ตอบ: 0

การบริหารเงินสด และสินทรัพย์สภาพคล่องของบุคคล

การบริหารเงินสด และสินทรัพย์สภาพคล่องของบุคคล
การดำเนินชีวิตประจำวันของบุคคล ย่อมมีการจับจ่ายใช้สอยอยู่เสมอ จึงควรต้องมีเงินที่สามารถหยิบมาใช้ได้อย่างสะดวก และคล่องมืออยู่อย่าง เพียงพอ
ความหมาย และความจำเป็นในการถือสินทรัพย์สภาพคล่องของบุคคล
สินทรัพย์สภาพคล่อง ( Liquid Assets ) คือ สินทรัพย์ในรูปของเงินสด และสินทรัพย์อื่นที่มีสภาพใกล้เคียงเงินสด แต่สามารถเปลี่ยน เป็นเงินสดได้ง่าย โดยไม่ลดมูลค่า เช่น เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ และเงินลงทุนระยะสั้นอื่นๆ บุคคลจำเป็นต้องมี สินทรัพย์สภาพคล่องให้เพียงพอต่อ การใช้จ่ายประจำวัน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาเงินขาดมือ เท่าที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่นิยมถือ เงินเพื่อการจับจ่ายใช้สอยกันมาก การเปิดบัญชีกระแสรายวัน โดยใช้เช็คสั่งจ่ายยังมีน้อย
ปัญหา และความขัดข้องทาง การเงินย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว หากไม่มีการ เตรียมพร้อมไว้ย่อมนำ ความเดือดร้อนมาสู่คนใน ครอบครัวได้เสมอ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกครอบครัวต้องมีเงินสดสำรองไว้จำนวนหนึ่ง
เงินสดสำรอง หมายถึง เงินที่ได้เก็บออมไว้ ซึ่งสามารหยิบฉวยมาใช้ได้ทันทีที่เกิดความจำเป็น เงินสดที่สำรองไว้นี้ จะไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์อันใด ถ้าถือไว้เฉย ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาทางบริหารเงินสดสำรองจำนวนดังกล่าว ให้มีค่าเพิ่มมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
เงินสด และกลยุทธ์การบริหารเงินสด ( Cash Management )
การบริหารเงินสดที่ดี คือ การที่บุคคลรู้จักกะประมาณเงินสดที่มีอยู่ในมือให้น้อยที่สุด ทั้งนี้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาเงินสดขาดมือ การที่บุคคลมีเงินสด ในจำนวนที่เขาสามารถอยู่ได้โดยปลอดภัย กล่าวคือ ไม่มีปัญหาเงินขาดมือเกิดขึ้น
รายได้ส่วนบุคคล (personal income)
หมายถึง รายได้ทั้งหมดที่ครัวเรือนได้รับจากแหล่งต่างๆ ในรอบปี ซึ่งบางส่วนได้รับเพราะเป็นผลตอบแทนจาก การผลิตหรือ มีส่วนร่วมใน การผลิต และบางส่วนได้รับในรูปของเงินโอน
ปัจจัยที่กำหนดรายได้ของบุคคล (Factors Affecting Personal Income)
อายุ (Age) เรื่องของอายุมีความสัมพันธ์ต่อการหารายได้ของบุคคล บุคคลที่สูงวัย และหนุ่มสาวผู้เริ่มทำงานนั้นจะมีรายได้ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ใน วัยกลางคน ซึ่งมีอายุในระหว่าง 35- 55 ปีเพราะผู้อยู่ในวัยนี้โดยทั่วไปจะมีความสามารถในการหารายได้สูง ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ในวัยที่มีพละกำลัง ในการทำงาน
การศึกษา (Education) ระดับการศึกษา จะเป็นเครื่องกำหนดรายได้ของบุคคล ผู้ที่สำเร็จปริญญาระดับสูง ๆ ย่อมมีรายได้สูงกว่าผู้มีการศึกษาต่ำหรือไม่ได้รับการศึกษา
อาชีพ (Career) การเลือกอาชีพมีความสัมพันธ์กับการศึกษาของบุคคล มีอาชีพ บางอย่างที่ผู้ทำงานจะต้องผ่านการศึกษาทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ เช่น พวกวิชาชีพอิสระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ นักกฎหมาย สถาปนิก หรือวิศวกร ฯลฯ แต่มีอาชีพบางอย่าง ถึงแม้จะไม่เรียนมาในสายนั้นโดยตรง ก็สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้เช่น ผู้ที่เรียนมาในสายสังคมศาสตร์ อาจจะประกอบอาชีพได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ พนักงาน ธนาคาร หรือการเป็นพนักงานในหน่วยงานของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจตลอดจนธุรกิจเอกชนต่างๆ
คุณสมบัติเฉพาะตัว (Personal Assets) บุคคลแต่ละคนจะไม่เหมือนกันโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวแล้วเช่น ในเรื่องของความสามารถ (Abilities) ความชำนาญ (skills ) บุคลิกภาพ ( Personality ) แรงกระตุ้น ( Drive ) ทัศนคติ (Aptitudes) ขวัญ และกำลังใจ ( Motivation ) ตลอดจนค่านิยมต่างๆ (Value systems)ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมี่อิทธิพลต่อการกำหนดระดับรายได้ของบุคคลได้ทั้งสิ้น เช่น คนที่มีความมุ่งมั่น และมีความทะเยอทะยานสูง โอกาสที่จะก้าวสู่ตำแหน่งสูง
แหล่งรายได้ต่างๆ ของบุคคล (Sources of Personal Incomes) การทำงานของบุคคลแต่ละอาชีพย่อมมีผลตอบแทน อันได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ ไม่เหมือนกัน ในการพิจารณารายได้ของบุคคลนอกจากจะคำนึงถึงรายได้ที่เป็นตัวเงิน ซึ่งบุคคลได้รับ เช่น เงินเดือน ค้าจ้าง โบนัส ค่านายหน้า ฯลฯ แล้วยังต้องคำนึงถึงสวัสดิการหรือผลประโยชน์อื่นๆ ที่มีให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ
เงินเดือน เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานประจำในหน้าที่การงานแต่ละสาขาอาชีพเป็นค่าตอบแทนรายงานของบุคคล เช่น เงินเดือนของหน่วยงานรัฐบาล เงินเดือนของรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนของหน่วยงานเอกชน เงินเดือนในอัตราจ้างปกติ เป็นต้น
รายได้พิเศษ เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากเงินเดือนซึ่งทุกคนสามารถมีรายได้พิเศษจากตรงนี้ได้ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ข้าราชการประจำ เนื่องจากรายได้ที่เกิดขึ้นนี้ทุกคนสามารถสร้างรายได้จากส่วนนี้ เช่น นักศึกษาหารายได้พิเศษในช่วงซัมเมอร์โดยการเป็นพนักงานเสิร์ฟ อาจารย์สอนพิเศษ เพิ่มเติมนอกเวลาเรียน เป็นต้น
รายได้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ เกิดจากการนำเงินที่เหลือหรือเงินที่แยกจากค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษ หรือจากงานอดิเรกต่าง ๆ ไปฝากตามเงื่อนไขด้านระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด เช่นทุก ๆ 3 เดือน ทุก ๆ 6 เดือน ทุก ๆ 1 ปี เป็นต้น
รายได้จากงานอดิเรก เป็นรายได้เสริมที่เกิดจากการทำกิจกรรมยามว่าง แล้วเกิดรายได้ขึ้นมาเช่น การต่อตัวต่อ การถักงานไหมพรม นักวาดภาพเหมือน รับจ้างแต่งเสียงโทรศัพท์ เป็นต้น
รายได้สวัสดิการ เป็นผลตอบแทนต่อเนื่องจากเงินเดือน ทั้งนี้แล้วแต่นโยบายของบริษัทที่จะจัดสรรงบประมาณมาเป็นรายได้สวัสดิการ ตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐ และเอกชนซึ่งเป็นผลประโยชน์สำหรับพนักงานเช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนของบุตร ค่าประกันชีวิต รถประจำตำแหน่ง บ้านพักของข้าราชการ เป็นต้น

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้