เพิ่มเข้ารายการโปรด

ดู: 1962|ตอบ: 0

การรอคอยจังหวะที่เหมาะสม

ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง เราได้พูดถึง ปัญหาความท้าทาย และกลยุทธในการเผชิญความท้าทาย การอดทนรอคอยจังหวะที่เหมาะสมเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้นำที่จะอยู่รอด และพุ่งเป้าไปที่ประเด็นหลัก หากถูกกดดัน จนเสียจังหวะ และด่วนตัดสินใจก่อนเวลาที่เหมาะสม อาจทำให้ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงล้มเหลว ในพริบตาเดียว
ความสามารถในการทนแรงเสียดทาน สิ่งที่ยากลำบากที่สุดในการเป็นผู้นำ คือการ รองรับความแค้นเคืองของผู้อื่นโดยไม่สูญเสียจุดยืนของตนเอง ผู้นำที่สามารถรักษาอารมณ์ และสติได้ท่ามกลางความขัดแย้งจะได้รับการยอมรับ และความไว้เนื้อเชื่อใจ ความนิ่งถือเป็นการกระทำประเภทหนึ่ง ยิ่งผู้นำสามารถอดทนต่อการโจมตีทั้งยังแสดงความเข้าใจในความเจ็บปวดที่นำไปสู่ปฏิกิริยาตอบโต้เหล่านี้ จะทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การตอบโต้ความโกรธด้วยความสงบ และด้วยความเข้าใจถือว่าเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ของผู้นำ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อหลักการ และเป้าหมายปลายทาง มากกว่าความรู้สึกส่วนตัว
การรอให้ประเด็นสุกงอม ในความเป็นผู้นำ เป็นเรื่องปกติที่เราจะคิดล่วงหน้าเกินกว่าคนในองค์กร แต่ถ้าคิดล่วงหน้ามากเกินไป อาจทำให้คนในองค์กรไม่เห็นความสำคัญของเราหรือหลักการที่เรานำเสนอ การรอคอยให้ประเด็นสุกงอมจึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อการระดมความร่วมมือ และการได้รับการยอมรับ
ประเด็นจะถือได้ว่าสุกงอม เมื่อคนในองค์กรมีความรู้สึกถึงความจำเป็นร่วมกัน โดยเฉพาะในแง่มุมดังต่อไปนี้
มีประเด็นอื่นที่คนในองค์กรเห็นว่าสำคัญเร่งด่วนกว่าหรือไม่
ผู้คนมีผลกระทบจากประเด็นนี้ลึกซึ้งเพียงใด
ผู้คนจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมมากเพียงใดที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้ได้
บางครั้งความไม่รู้ทำให้คนไม่เห็นความสำคัญ เช่น ปัญหานิวเคลียร์ไม่น่าที่จะทำให้เราเจ็บปวด และเดือดร้อน ในฐานะผู้นำ เราต้องพยายามดูแลไม่ให้มีการเบี่ยงเบนประเด็นไปจากประเด็นหลัก ผู้นำอาจกระตุ้นให้เกิดความสนใจในประเด็นได้ด้วยการเชิญประชุม เขียนจดหมาย แต่บางครั้งมาตรการเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอ ต้องอาศัยมาตรการที่เด็ดขาดในทันที หรืออย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้นให้คนเกิดความสนใจ
ความมุ่งมั่นในประเด็นหลัก การกำกับให้คนในองค์กรให้ความสำคัญ และมุ่งเน้นในประเด็นหลักถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และซับซ้อน โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ที่มีเรื่องราวมากมาย และมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงประเด็นที่ทำให้เราเจ็บปวด และเดือดร้อนในฐานะผู้นำ เราต้องพยายามดูแลไม่ให้มีการเบี่ยงเบนประเด็นไปจากประเด็นหลัก
ผู้นำอาจกระตุ้นให้เกิดความสนใจในประเด็นได้ด้วยการเชิญประชุม เขียนจดหมาย แต่บางครั้งมาตรการเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอ และต้องอาศัยมาตรการที่เด็ดขาด และแตกต่างไปจากเดิม ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างกองทัพเรือสหรัฐ และบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำที่ผลิตล่าช้า จนเกิดปัญหาค่าใช้จ่าย ไม่ว่าเสนาธิการกองทัพเรือ จะเชิญประชุม มีหนังสือตักเตือนประการใดก็ไม่ได้ผล เพราะบริษัทมีผู้สนับสนุนทั้งในสภา และในรัฐบาล จนในที่สุด เสนาธิการต้องตัดสินใจแถลงข่าวทำให้เกิดการประโคมข่าวอย่างครึกโครม และบริษัทยอมที่จะทำข้อตกลงกับกองทัพเรือ
หากผู้นำยังไม่มีอำนาจเพียงพอ จะกระตุ้นให้คนเกิดความตระหนัก อาจทำได้สองทางคือ นำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้คนเห็นประเด็น และตัดสินใจด้วยตนเอง หรือ ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยง ผู้เขียนยกตัวอย่างสมาชิกสภาสหรัฐคนหนึ่งที่ใส่หน้ากากรูปหมูเพื่ออภิปรายงบประมาณที่รู้สึกว่ามีประเด็นที่ไม่เหมาะสมอยู่มาก โชคดีที่คนไม่ได้หัวเราะเห็นเป็นเรื่องเหลวไหล และให้ความสำคัญแก่ประเด็นที่นำเสนอ
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เป็นอีกกรณีตัวอย่าง เมื่อเริ่มขบวนการต่อสู้เพื่อความเสมอภาค เขายังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเพียงพอ จึงทำได้เพียงการประท้วงทุกรูปแบบ และการต่อต้านโดยสงบ โดยเชื่อว่าถ้าทำอย่างต่อเนื่อง จะมีจังหวะที่จะเกิดการพลิกสถานการณ์ได้ ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงเมื่อฝ่ายตำรวจนำทหารมาปราบคณะที่ต่อสู้ด้วยสันติ ทันทีทันใด คนทั้งประเทศเกิดความสนใจในประเด็นที่ลูเธอร์คิงนำเสนอ จนมีคนกว่าสองแสนคนเดินร่วมกับลูเธอร์ คิงไปที่วอชิงตัน ดีซี เพื่อประกาศความฝันให้เป็นที่รับรู้
ผู้นำต่างตระหนักดีถึงแรงกดดันที่จะเกิดขึ้น เมื่อใดที่ผู้นำนำเสนอทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบาก และอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง แต่ไม่ว่าจะยากเพียงใด ผู้นำต้องอดทนต่อแรงเสียดทาน ความอดทนนี้จะช่วยให้เกิดความกดดันในองค์กรในระดับที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จะช่วยทำให้ประเด็นแจ่มชัด และสุกงอม ทั้งยังช่วยให้เห็นจุดยืนของผู้เกี่ยวข้อง
ความอดทนต่อแรงกดดันไม่ใช่เป็นเรื่องของความกล้าหาญเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความสามารถ ซึ่งในตอนที่สอง และสามของสรุปสาระสำคัญได้นำเสนอเทคนิคหลายประการ เช่น การขึ้นไปยืนบนระเบียงให้เห็นภาพรวม การหาคู่คิดที่จะช่วยสนับสนุน การควบคุมอุณหภูมิ การนำเสนอภาพแห่งอนาคตที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องรู้สึกคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนแปลง นอกจากทักษะในการบริหารองค์กรดังที่กล่าวมาแล้ว ผู้นำยังต้องเรียนรู้ที่จะดูแลกาย และจิตของตนเองซึ่งจะได้นำเสนอในสรุปสาระสำคัญครั้งต่อไป

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้